2006/Dec/21

* การเขียนสารคดี : พิษณุ ศุภ.

วิทยากรกิจกรรม Work Shop ปี'๔๘ กลุ่มสารคดี


เชื่อหรือไม่ว่า นักเขียนไม่มีหลักอะไรในการเขียน นอกจากความอยากเขียน


บอกตามตรงว่าไม่สนุกนักที่จะต้องมานั่งเขียนในสิ่งที่ยังไม่ได้พูด สู้ให้มาพูดในสิ่งที่ยังไม่ได้เขียนจะดีกว่า เหมือนเช่นตอนนี้ ผมว่าผู้จัดการสัมมนาหรือเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการก็ย่อมทำกันอย่างนี้ทั้งนั้นไม่ว่าที่ไหน ช่างไม่รู้เลยว่าวิทยากรอย่างผมต้องลำบากลำบนมากทั้งต้องเตรียมเขียนสิ่งที่เรียกกว่า Paper และเตรียมเนื้อหามาพูดในวันจริง


การพูดไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆก็ไม่ต่างจากการเก็บเสื้อผ้า เก็บกระเป๋าออกเดินทางท่องเที่ยว จะไปที่ไหนนั้นรู้อยู่แล้วว่าจะไปเชียงใหม่ เชียงตุง เชียงรุ้ง แต่ไปแล้วจะเจอะเจออะไรเราไม่รู้ฉะนั้นถ้าจะให้มาเขียนสรุปในสิ่งที่คุณยังไม่ได้ไปจึงเป็นเรื่องยากหรือแทบจะทำไม่ได้เลย ถึงจะเขียนได้มันก็เป็นแบบวิชาการวัยรุ่น เขาเรียก FAKE ๆ ไงครับ

อย่าเห็นว่าวิทยากรเป็นเทวดา เห็นเป็นแค่หมอดูก็ดีมากแล้ว

สำหรับผมงานเขียนทุกประเภท ไม่มีสูตร ไม่มีทฤษฎี ไม่มีหลักสูตร สิ่งเหล่านั้นจะมีก็แต่ในห้องเรียนเท่านั้น ส่วนในห้องเรียนของโลกไม่มี ต้องค้นหากันเอาเอง ที่เขียนกันตามสูตร ตามทฤษฎี มักตามหาความสำเร็จไม่เจอ


พูดอย่างนี้เหมือนไม่ให้กำลังใจกันเลย ดูไม่มีความหวังเลย เหมือนครูช่างโบราณที่สร้างสรรค์ศิลปะเสร็จแล้วโยนเครื่องมือทิ้งแม่น้ำหมด ก็ไม่ใช่อย่างนั้น แค่ว่าอยากจะกระแทกกันแรงๆเพื่อให้คิดเอง จินตนาการเองและเริ่มลงมือเขียนเอง


ที่เป็นอย่างนี้เพราะผมเชื่อว่านักเขียนเกือบทั้งนั้น ไม่มีใครได้เรียนวิชาการสร้างสรรค์วรรณกรรมโดยตรง ถึงบางคนจะเรียนมาแต่ก็เชื่อว่าเขาไม่ได้เขียนตามที่เรียนมา

ผมก็เป็นอย่างนั้น ไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้ แต่ผมมีครูดีๆมาสอนผมที่บ้านและที่ห้องสมุด มีทั้งอาจารย์เสฐียรโกเศศ อาจารย์คึกฤทธิ์อาจารย์ส.ศิวรักษ์ อาจารย์ลาวคำหอม อาจารย์ฝรั่งนอกจากอาจารย์ศิลป์ พีระศรี ของผมก็มีอาจารย์สไตน์เบ็คอาจารย์แฮมมิ่งเวย์ อาจารย์กามูร์ อาจารย์ตอยสตอย อาจารย์ที่เป็นแขกก็มีอย่าง อาจารย์ระพินทรนาถ ฐากูร อาจารย์คาลิล ยิบรานรวมไปถึงจีนญี่ปุ่นก็มี ที่เป็นอาจารย์อายุน้อยกว่าผมก็มี อาจารย์ชาติ อาจารย์นิคม อาจารย์กีรตี อาจารย์ไพวรินทร์ อาจารย์บินหลา ผมเรียกทุกคนว่าอาจารย์ได้เพราะในทุกตัวอักษรที่นักประพันธ์เขียนไว้ให้อะไรแก่ผมทั้งนั้น


เล่ามาเสียยืดยาวก็เพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเขียนถึงหัวใจสำคัญในงานเขียนหรือพูดถึงแต่เพียงน้อยๆ เพื่อให้กลับไปคิดมากๆ


อย่างที่บอกไว้แล้วว่าผมไม่มีทฤษฎีจากใครในงานเขียนสารคดี ผมเขียนตามที่ผมอยากเขียน มีคนอ่านก็ดีใจ ถ้าไม่มีใครอ่านก็เลิกเขียน

ผมเริ่มต้นจากอยากเขียนก่อน แล้วจึงอยากเที่ยวและที่สำคัญคือมีจินตนาการที่จะเที่ยวและกลับมาเขียน (ในขณะที่สารคดีบางประเภทอาจไม่ต้องไปเที่ยว เพียงนั่งอยู่กับโต๊ะหากมีข้อมูลที่จะเขียนก็ทำได้)

-งานสารคดีท่องเที่ยวต้องเริ่มจากความตั้งใจว่าจะเที่ยว และมุ่งมั่นว่าจะเขียน
-เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมก่อนเดินทาง
-ระหว่างการท่องเที่ยวต้องมีศิลปะในการเดินทาง (มีรายละเอียดมากไว้ฟังตอนพูด)
-กลับมาต้องลงมือเขียนถ้าไม่เขียนก็จะไม่เป็นงานสารคดีท่องเที่ยว
-เขียนอย่างไร ตรงนี้แหละที่ต้องมาคุยกัน แบ่งสัดส่วนข้อมูลที่นำเสนออย่างไร
-มีจุดขายกับสำนักพิมพ์อย่างไร
-เตรียมใจเมื่อหนังสือออกวางแผงแล้ว รอคำวิจารณ์ซึ่งมีทั้งที่ถูกใจ ไม่ถูกใจ และที่แย่ที่สุดคือไม่มีใครวิจารณ์
หรือไม่มีใครอ่านด้วยซ้ำ
-โชคดีก็จะได้พิมพ์ครั้งที่ ๒ โชคดีมากอาจได้พิมพ์ครั้งที่ ๓ ๔ - ๕


เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว ผมยังไม่ได้ให้หลักในการเขียนสารคดีท่องเที่ยวเลยใช่ไหม ก็ถูกต้องแล้ว เพราะผมไม่มีอะไรจะให้ และก็ยังไม่พร้อมที่จะให้

หนึ่ง อ่านไม่สนุก ไม่ชวนให้ติดตาม
สอง ไม่เปิดโลกแห่งความฝันใดๆเลย ไม่มีอาการใดๆที่กระตุ้นต่อมให้ตาสว่าง
สาม อ่านแล้วไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆเลย ไม่มีความคิดเห็น ไม่มีความคิดส่วนตัวเลย
สี่ อ่านจนจบแล้วก็ยังไม่รู้ว่าเขียนเรื่องอะไร อารมณ์แบบไหน วกวนแบบที่เขาเรียกว่าไม่มีเอกภาพนั่นแหละ
ห้า อ่านจบแล้ว เบาโหวง เก็บหนังสือแล้วไม่มีอะไรติดค้างอยู่ในกระโหลกเลย
หก หนักอึ้ง เต็มไปด้วยความรู้ สอบนักธรรมเอกเปรียญ ๙ ประโยคได้เลย

สรุปว่า ชอบไม่ชอบ การตัดสินใจอยู่ที่คุณ อยู่ที่รสนิยมและประสบการณ์ของคุณ ผมอยากจะบอกว่าเรื่องสารคดีท่องเที่ยวนั้น ไม่มีข้อจำกัดว่าคุณจะเขียนเรื่องอะไร โลกนี้มีเรื่องให้เขียนบอกเล่าถึงการเดินทางมากมาย

ง่ายที่สุดก็คือ ออกท่องเที่ยวไปในที่ต่างๆ จริงๆ มีทั้งไปให้ไกล กับไปเพียงใกล้ๆ
ยากที่สุดก็คือ ท่องเที่ยวไปในความฝัน ไม่ต้องไปไหน แต่ความฝันเดินทางได้เอง
ข้อสำคัญคือ ขอให้เป็นการเดินทางของคุณเอง เปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยตัวเอง

ใครไม่อ่าน ใครไม่เอาไปพิมพ์ขาย อยากโง่ก็ตามใจ....เชอะ

เอาเป็นว่าถ้าคุณอ่านสารคดีท่องเที่ยวเรื่องใดของใครแล้ว รู้สึกอย่างที่ผมจะบอกต่อไปนี้ขอให้เข้าใจว่า เป็นเรื่องที่ไม่เข้าท่าในรสนิยมของผมก็แล้วกัน

Comment

Comment:

Tweet


#7 by (118.172.73.63) At 2009-11-14 15:49,
ต้องการบทนำสารคีท่องเที่ยวจุดประสงค์และเนื้อหาเกี่ยวกับรอยพระพุธบาทวัดเขาดีสลัก อ. อู่ทอง บอกหน่อยนะคะ
#6 by (202.149.25.236) At 2009-06-03 05:58,
อ่านแล้วชอบจัง โดนใจมาก ๆ จนอยากขอเบอร์โทร

เราจะเขียนเพราะอยากเขียน อันนี้เรื่องจริง

เขียนมาเขียนไปก็จะได้เป็นนักเขียนจริง ๆ
อย่าท้อก่อนก็แล้วกัน

นักเขียนหน้าใหม่ ..หน่ออ่อนวรรณกรรม
#5 by อัมพิกา (124.157.237.168) At 2008-03-06 15:20,
อยากเขียนเป็น ฮือฮือ
#4 by (203.172.243.243) At 2007-08-13 17:18,
#3 by (203.172.243.243) At 2007-08-13 17:17,
#2 by (61.19.108.126) At 2007-06-28 18:22,
ทำอย่างไรจึงจะสามารถเขียนได้แบบมืออาชีพ
#1 by (61.19.108.126) At 2007-06-28 18:20,

โครงการเขียนเป็นเล่ม นายอินทร์อะวอร์ดสู่นักเขียนมืออาชีพ
View full profile