ว่าด้วยบทกวี : ไพวรินทร์ ขาวงาม
วิทยากรกิจกรรม Work Shop ปี'๔๘ กลุ่มกวีนิพนธ์
ว่ากันว่า ชุมชนวรรณกรรมเป็นชนกลุ่มน้อยของสังคม ยิ่งกว่านั้นชุมชนกวียังเป็นชนกลุ่มน้อยของชุมชนวรรณกรรมอีกต่างหาก หนังสือรวมบทกวีขายได้น้อยกว่าหนังสือประเภทอื่น กวีขายยาก กวีอยู่ยาก บางสำนักพิมพ์และสายส่งเห็นหนังสือรวมบทกวีเป็นของแสลง
แต่อย่างไรก็ตาม ทุกชาติในโลกนี้ยังมีกวี ทุกชุมชนยังมีกวี ยิ่งกว่านั้นยังอาจกล่าวได้ว่า แท้จริงแล้วความเป็นกวีมีอยู่ในตัวมนุษย์ทุกคน มากบ้างน้อยบ้าง ส่วนจะถ่ายทอดออกมาได้หรือไม่อย่างไรเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่ง
กวีมีชื่อเสียงอาจเป็นเพียงความลงตัวสอดคล้องหนึ่งๆ ของคนหนึ่งๆ มิได้หมายความว่าเขาจะวิเศษเหนือกว่าคนอื่นเสมอไป บางทีตาสีตาสาชาวนาชาวไร่อาจมีความเป็นกวีเป็นปราชญ์อย่างที่เราคาดไม่ถึง ดังจะเห็นได้จากปราชญ์ชาวบ้านบ้าง พระชาวบ้านบ้าง พ่อเพลงแม่เพลงในท้องถิ่นต่างๆ บ้าง
สำหรับผม กวีไม่ใช่เพียงแต่เคร่งครัดฉกาจเก่งในเรื่องโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน เท่านั้น กวีพึงเป็นอะไรมากกว่านั้น ส่วนจะเป็นมากน้อยแค่ไหนแล้วแต่กำลังชีวิตจิตใจหรือแม้แต่วาสนาของแต่ละคน
บทกวี คือ ภาษาของอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด คือเครื่องมือที่จะนำสิ่งที่เรารู้สึกว่าเป็นข่าวสารออกมาแสดงให้ประจักษ์ ตระหนัก ตระหนก สะทก สะท้อน กวีอาจไม่มีหน้าที่สรุปหรือฟันธงความจริง แต่กวีอาจหมุนแปรคำและความให้เห็นความจริงใหม่ๆ ของชีวิตหลายด้าน ทั้งเรื่องที่บางทีคนทั่วไปคิดไม่ถึง และแม้แต่ตัวกวีเองก็เพิ่งจะคิดถึง
ว่ากันว่า บทกวีคือการใช้ภาษาอันมีอยู่จำกัด
บรรยายสิ่งที่มีมากมายไม่จำกัด
ในคำมีภาพ ในภาพมีคำ
บางอาจเหมือนการย่อมหาสมุทรให้เหลือเป็นน้ำค้างหยดหนึ่ง
หรือกระทำให้น้ำค้างหยดหนึ่งให้กลายเป็นมหาสมุทรในตัวมันเอง