2006/Dec/22



ปัจจุบัน หนังสือฮาวทูมีให้เห็นเกลื่อนตลาด

แต่มีสักกี่เล่ม ? ที่อ่านแล้ว สามารถเปลี่ยน ความคิด และ การกระทำ ได้จริง

ฉันเป็นคนหนึ่งที่โชคดีที่สุดในโลก มีโอกาสมีวาสนาได้พบ ยอดหนังสือ เล่มหนึ่ง
ผู้เขียนเล่มนี้ เสนอแนะวิธีการปรับความคิดและการกระทำ ด้วยการเขียนบันทึก ๑๒๐ วัน เมื่อฉันพยายามบันทึกไปเพียง ๓๐ วัน ได้เกิดปรากฏการณ์ที่เหนือธรรมชาติ ระลอกแรก...
ฉันตัดสินใจควักเงินหลักพัน เพื่อซื้อหนังสือเล่มดังกล่าว ให้พี่ชาย พี่สาวคนโต พี่สาวคนรอง ลูกศิษย์ ๒ คน คือ ด.ญ.โฟน โรงเรียนเปรมฤดีศึกษา และ ด.ช.บอย โรงเรียนวัดสุทธิวราราม และเก็บไว้ให้ลูกชาย (๓ ขวบ) มอบให้เขาในวันที่อ่านภาษาไทยออก โดยไม่รู้สึกเสียดายเงินสักบาทเดียว...


ใจจริงจะซื้อเผื่อพ่อแม่และสามีด้วย แต่คุณแม่ท่านอ่านไม่ออก คุณพ่อท่านก็หนังสือล้นตู้แต่ไม่เคยแตะ ส่วนสามีที่น่ารัก ดั๊นเป็นโรคแอนตี้ออกซิแดนซ์กับหนังสือ ยิ่งกว่าพลเอกสนธิปะทะทักษิณ คุณแม่นั้นน่าเห็นใจท่าน ฉันจึงใช้เล่าให้ท่านฟัง ส่วนท่านอื่น...ก็แล้วแต่บุญมาวาสนาส่งละกัน



หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนไม่ได้เป็นคนฝรั่ง ไม่ได้จบดอกเตอร์ ไม่ได้ชื่อเจ.เค.โรลลิ่ง ไม่ขึ้นหิ้งเบสท์เซลเลอร์ ไม่ได้เผยอบนเวทีซีไรท์...


ผู้เขียนเป็นหญิงไทย วัย ๒๗ (อายุเท่าฉันตอนปิ๊งรักหนังสือเล่มนี้) เธอ กล้า เขียนเรื่องที่ใครๆ ก็คิดว่าไม่เหมาะกับวัยวุฒิสักเท่าไหร่...แต่สำหรับฉัน เธอเป็นฮีโร่ที่บุกเบิกหนังสือแนวนี้ เธอเป็นแสงสว่างในความขลาดกลัวของฉันที่คิดไว้ ๓ ปีแล้ว ว่าจะต้องออกหนังสือแนวนี้ให้ได้ แต่ไม่ กล้า ลงมือทำซะที...


หนังสือแนวนี้ มนุษย์ยุคโคร-มันยอง (๖๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว) ยุคเกษตร ยุคอุตสาหกรรม ยุคไอที ยุคหุ่นยนต์ หรือยุคใดก็ตาม ที่อ่านภาษาคนออก สามารถจะนำแนวคิดไปปฏิบัติได้ทันสมัยตลอดกาล


มีด้วยหรือ เรื่องแบบนั้น เรื่องที่ไม่เคยตกยุค ไม่เคยตกเทรนด์เลย

กางเกงยีน ยังเปลี่ยนจากขากระบอก เป็นขากระดิ่ง ขาม้า ขาหมา ขาหมู ขาโชว์แก้มก้น ของเล่นเด็กเอง ก็ ยังเปลี่ยนจากม้าก้านกล้วย เป็นของเล่นสังกะสี อลูมีเนียม ของเล่นพลาสติก เบเบลด สติกเกอร์สะสมแลกรถบังคับ และเปลี่ยนเป็นเกมออนไลน์ ที่ทำเด็กอดข้าวตายเลย...


แล้วมีจริงๆ หรือ? ของดึกดำบรรพ์ที่ไม่เคยตกเทรนด์เนี่ย
มีสิ ....อ่านถึงตรงนี้ บางคนก็ คิ- ออก- แล้ว บางคนยังเอ๋ออยู่

ก็หลักธรรมะของพระพุทธเจ้าไงล่ะ ....จริงแล้วหลักธรรมะ มีมาก่อนท่านจะประสูติ เมื่อ ๒,๕๐๐ กว่าปีแล้วซะอีก อย่างที่บอกมนุษย์ยุคหมื่นกว่าปีก่อน ถ้ารู้หลักธรรมนี้ยังใช้ประโยชน์ได้ดีเยี่ยมเลย

พระพุทธเจ้าองค์ก่อนหน้านี้ เคยเผยแผ่หลักธรรมมาแล้วเป็นแสนเป็นล้านปี แต่เราพูดถึงองค์ปัจจุบันที่คนไทยนับถือ ท่านได้สอนหลักธรรมะไว้หลายเรื่อง เทียบเท่าจำนวนใบไม้ในป่าอะเมซอนก็ว่าได้

คุณภัทริน ซอโสตถิกุล วัย ๒๗ ผู้เขียน กล่องบุญ ฮีโร่ของฉัน เธอหยิบใบไม้ ๑ หยิบมือจากป่านี้ พินิจ พิจารณา ใคร่ครวญ และย่อยเป็นสารสกัดทางธรรมะที่มีคุณประโยชน์แก่ผู้อ่านยิ่ง....

อ่านจบไม่พอ ปฏิบัติได้ด้วยการจดบันทึก ๓ ใน ๔ ส่วน เหมือนที่คนมีดีมีเลวอย่างฉันทำ...(บันทึกไป ๙๐ วัน จากทั้งสิ้น ๑๒๐ วัน) สามารถเปลี่ยนความคิด พฤติกรรม ชนิดหลังเท้าเป็นหน้ามือจริงๆ

การจะนำเรื่อง กล่องบุญ มาตีแผ่ วิพากษ์วิจารณ์ดีเลวปะปนกัน ฉันมองว่าเป็นการไร้มารยาทและเป็นบาปกับผู้วิจารณ์สิ้นดี...หากฉันเขียนไม่ดี ปิดกั้นไม่ให้คนทำความดีขึ้นมาล่ะ ยมบาลจะตามล่าใครล่ะเนี่ย ?

แต่ถ้าฉันสรรเสริญเยินยอซะเกินงาม คนอ่านก็นึกว่าได้ค่าโฆษณาจากคุณภัทรินแน่ กระตุ้นยอดขายล่ะสิ หน้าหมั่นไส้สิ้นดี (ทั้งที่ฉันเองยังไม่เคยเห็นตัวเป็นๆ ของผู้เขียนด้วยซ้ำไป)

ดังนั้นเราวิเคราะห์ด้วยเหตุและผลแบบตรงไปตรงมาดีกว่า

ข้อดีก็มี ข้อเสียก็พบ...

ข้อเสียคือ มีข้อมูล ๓ ๔ หน้า ที่ซ้ำซ้อนเยิ่นเย้อ และอีกเรื่องคือควรอธิบายถึง แรงบันดาลใจ อันยิ่งใหญ่ในการเขียนหนังสือธรรมะทั้งที่อายุยังน้อย ขอข้อมูลเรื่องนี้สัก ๔ ๕ หน้าก็จะวิเศษที่สุดเลย

ส่วนข้อดี...ที่ฉันเองได้ และลูกศิษย์ของฉันได้รับ จะขอเล่าให้ฟังคร่าวๆ คือ

๑. ลดความคิดเลว เพิ่มความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริง ความคิดเดิมๆ ของเราเป็นเสมือนยาพิษ มุมมองของหนังสือเล่มนี้ ช่วยล้างคราบขุ่นมัวและสารปนเปื้อน และค่อยๆ เติมน้ำเปล่าใสเย็นลงไปทีละน้อยภายในจิตใจ เพียง ๓ ๔ เดือนผ่านไป ทำให้ฉัน...

ลดความคิดขยะ คิดพยาบาท คิดโลภ คิดขโมย แล้วเติมเชื้อความคิดดี อาทิ คิดเห็นใจแม่ที่ทำงานบ้านเหนื่อย แล้วต้องเลี้ยงลูกให้เราอีก คิดดีต่อตัวเองที่เกิดเป็นคนไทย มีในหลวงยอดกษัตริย์ มีสมบัติพุทธศาสนา หยุดคิดร้ายต่อลูก เลิกผูกพยาบาทเพื่อนบ้าน สงสารเพื่อนมนุษย์และสัตว์ คิดขจัดมลพิษ ฯลฯ

พอความคิดเริ่มดี การกระทำเลวก็มีอันเป็นไป...

๒.พฤติกรรมที่เปลี่ยนได้ อาทิ ลดการดูละครน้ำเน่า (บางเรื่อง) และรายการไร้สาระ จึงมีเวลาทำประโยชน์ให้กับตัวเอง ครอบครัว และสังคมมากขึ้น ฉันเลิกทะเลาะกับแม่และสามี ส่วนใครในบ้านทะเลาะกัน ก็ช่วยใกล้เกลี่ยด้วยธรรมะที่เคยอ่าน มาเล่าให้คู่กรณีฟัง เหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารในบ้านเป็นอันสงบ โดยไม่ต้องพึ่งรถถัง

ฉันและลูกชายนอนแต่หัวค่ำตื่นเช้าขึ้น สวดมนต์ แผ่เมตตา นั่งสมาธิ ออกกำลังกายทุกวัน ตอนเช้าพากันไปใส่บาตรวันเว้นวัน และวิ่งรอบหมู่บ้าน ชมนกชมไม้ ให้ลูกชายซื้อหมูปิ้งให้หมาในซอยกิน จนลูกขอซื้อด้วยตัวเองทุกๆ วัน
ฉันเลิกเปิดแอร์และไฟนีออนกลางวันขณะทำงาน เปิดหน้าต่างกับพัดลมแทน ปิดไฟทุกดวงที่ไม่ใช้ทั้งกลางวันกลางคืน นำแผ่นกรองแอร์ทุกๆ ห้องมาล้างทุกเดือน เปิดแอร์ ๒๕ องศา แยกขยะพลาสติกและกระดาษผูกคนละถุง นำไปขายให้โรงงานรับซื้อของเก่าใกล้บ้าน ฮิ ฮิ ได้ตังค์ค่าขนมลูกชายอีก...

ฯลฯ

ฉันแสร้งวาง กล่องบุญ ไว้ในห้องเรียนพิเศษ เด็กหลายคนสนใจเปิดดู เพราะกุศโลบายของผู้เขียน ใช้กล่องคุกกี้สีหวานบรรจุหนังสือ ทำให้เด็กอยากรู้ว่าคือ ขนม หรืออะไรกันแน่ พอเปิดดูก็เสร็จโก๋ เด็กบางคนอ่านเป็นชั่วโมง บางคนขอให้ครูซื้อให้อีก แน่ะ! พวกชอบของฟรี บางคนก็ยืมไปอ่านที่บ้าน แน่ะ! เห็นครูเป็นหอสมุดแห่งชาติ แต่อ่านหนังสือธรรมะก็ดีกว่าเอาเวลาไปลง Narok ล่ะนะ ช่างเถอะ ใครขอก็ให้ ใครยืมก็เอาไป แต่อย่าลืมมาคืนแล้วกัน ด.ญ.แบม ป.๖ ทราบแล้วช่วยเอามาคืนครูด้วยเจ้าค่ะ ๐๒-๘๙๒-๔๓๓๔ เบอร์บ้านครูโทรได้ ๒๔ ชั่วโมง

หลังจากเด็กบางคนอ่าน และฉันมีเวลาว่างจากการสอน ก็จะตั้งวงเหล้าเล่ากันถึงประเด็นในกล่องบุญ

เกิดปรากฎการณ์ที่เหนือธรรมชาติ...ระลอกสอง

เด็กๆ ฟังที่ฉันเล่าเรื่องศีล ๕ ทั้งที่เคยท่องเป็นนกแก้วนกขุนทองที่โรงเรียน แต่ ๘๐ % กลับดวงตาเห็นธรรม ที่โรงเรียนกวดวิชาแสนกระจอกงอกง่อยของฉัน เด็กทุกคนสารภาพว่า เคยขโมยเงินพ่อแม่และญาติ บางคนก็ขโมยขนมที่ร้านเซเว่น แต่ไม่โดนจับ ฉันเองก็เล่าถึงพฤติกรรมที่เคยขโมยสร้อยทองแม่ กับเงินมหาวิทยาลัยให้เด็กๆ ฟัง จนเราทุกคนร้องไห้และกอดกันแน่น กลัวผลกรรมที่แสนทารุณกรรมที่จะตามมา...ขโมย ๑ บาท เงินหาย ๑๐๐ บาท (เป็นอย่างน้อย) ข้าวของจะหายเหมือนคนที่เงินทองหล่นหาย เมื่อเกิดสึนามิ ทั้งที่เอาชีวิตรอดได้ เป็นต้น ฟังแล้วขยาดกันเป็นแถว

ด.ช.ไม้เรียว ป.๕ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ หนุ่มหน้าใส่กล้าวิเคราะห์ตัวเอง จากข้อมูลหน้า ๕๘ ๕๙ ว่าตนเป็นคนหน้าตาไม่ดี (ทั้งที่ออกจะหล่อ) ฐานะดี และสมองพอใช้ เพราะชาติที่แล้วจวบจนถึงปัจจุบัน เรียวไม่รักษาศีล แต่ทำทาน และฝึกภาวนาบ้าง ซึ่งเรียวก็เห็นด้วยกับสิ่งที่หนังสือวิเคราะห์พฤติกรรมของเขา

ด.ช.จุ้ง ป.๕ โรงเรียนเปรมฤดี หนุ่มน้อยหน้ากวน ที่อ่านหนังสือไม่ค่อยออก และพูดไม่ชัด ยอมรับว่ามักทำผิดศีลข้อ ๔ บ่อยที่สุด คือ พูดปด พูดหยาบ ส่อเสียด ลามกจกเปรตบ่อยๆ เลยส่งผลเช่นนี้

ด.ญ.แบม ป.๖ โรงเรียนสารสาสน์พัฒนา ชอบเรื่อง ทุกข์เพราะตัวกูใหญ่ หน้า ๒๐ เรื่องมีอยู่ว่า อาการอกหักถ้าเกิดกับคนอื่น เราไม่สน ถ้าเกิดกับญาติเราแค้น ถ้าเกิดกับเรา ตู้มมมมมมม!! เสียงโลกทั้งใบแตกไปเมื่อกี๊...เหมือนอาการสอบตก ถ้าคนอื่นตกเธอเฉยๆ ถ้าน้องชายสอบตกเธอก็กลุ้มต้องมานั่งติวให้ แต่ถ้าตัวเองสอบตก ตู้มมมมมมม!! เสียงโลกทั้งใบแตกไปเมื่อกี๊...

(วิธีแก้คือ ต้องปล่อยวาง ทั้งตัวเธอปล่อยและเจ้าคุณแม่ปล่อยด้วย...คุณนายแบมเธอว่าอย่างนั้น)


เรื่องที่โดนใจฉันที่สุดคือ เรื่องสามีนอกใจ  เป็นทุกข์  ดังนั้นยึดติดไม่ได้...

เปล่า สาละมีฉันไม่ได้ทิ้ง อย่าเข้าใจผิดซะงั้น...พี่เขยตัวแสบต่างหากที่มีเมียน้อย ทิ้งพี่สาวอย่างไร้เยื่อใย

พี่สาวเรียนจบสูง มหาวิทยาลัยอันดับ ๑ แต่คิดฆ่าตัวตายวันละ ๖๖๖ หน คุณพ่อเลยหยิบยื่นหนังสือธรรมะที่ตัวเองไม่เคยอ่านให้ ๑๐ กว่าเล่ม เธอยอมเปิดใจนั่งอ่าน ผ่านไป ๓ เดือน เห็นเธอเริ่มนั่งสมาธิสงบจิตใจ ใครถามถึงคนคนนั้นเธอก็ตอบแบบกลางๆ ให้อภัย ไม่แค้นเคืองโกรธ โทษเขาเลย และไม่คิดเกิดลมพัดหวน (ในขณะนี้) และไม่คิดฆ่าตัวตายอีกเลย

ฉันเห็นความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ ทั้งความคิดและพฤติกรรม แม้ว่าปัญหาหนักๆ จะยังไม่เกิดกับฉัน แต่ต้องมีบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่ในธรรมะ ที่ทำให้พี่เปลี่ยนได้ขนาดนี้แน่ๆ

แล้วหนังสือ กล่องบุญ ก็เป็นธรรมะเล่มแรกที่ฉันเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง เป็นพื้นฐาน เป็นบันไดขั้นแรกที่ปลูกฝังการอ่านหนังสือธรรมะเดือนละ ๓ เล่ม และหนังสือให้ความรู้ทั่วไปเดือนละ ๒ ๓ เล่มด้วยเช่นกัน

อ่านถึงตรงนี้แล้ว...อยากรู้รึยังว่าธรรมะมีอะไรซ่อนเร้นที่น่าศึกษาอยู่ ถ้าอยากเปลี่ยนความคิดแย่ๆ เสริมความคิดดีๆ และเปลี่ยนพฤติกรรมไปในทางสร้างสรรค์ ก็รีบหาซื้อกล่องบุญซะ เพราะฉันยังยากจนอยู่ จะให้ซื้อแจกคนไทยทั้งประเทศคงไม่ไหวหรอกนะคะ คุณขา...

บทความแสดงมุมมองความคิดเห็นจากการอ่าน

โครงการเขียนเป็นเล่มฯ ปี ๔๙

โดย สายฝน ผลพนิชรัศมี (ครูเรดาร์) กลุ่มวรรณกรรมเยาวชน


Comment

Comment:

Tweet


หนังสือกล่องบุญของคุณภัทริน ซอโสตถิกุลงานแล้วซาบซึ้งมาก แต่เมื่อคิดถึงตัวตนจริง ๆ ของผู้เขียนกลับตรงกันข้ามกับหนังสือมากมายนัก เพราะเธอเป็นคนที่ไม่มีความเมตตาความเห็นอกเห็นใจผู้ที่ด้อยกว่าเลยแม้แต่น้อยเธอมีแต่ความโลภไม่รู้จักพอ ขูดเลือดขูดเนื้อกับผู้ที่กำลังเดือนร้อน กับสภาวะเศษรฐกิจที่แย่ลงทุกวัน กล่องบุญ (แต่ใจบาป) angry smile
#12 by ผู้ถูกรกระทำ (58.10.77.66) At 2008-01-24 16:13,
คิดถึงพี่จอนจังเลยม.4ที่บ้านรออย่น่ะกลับมาเร็วๆสวัสดีmr.แขกโครตนักวอลเล่ย์
#11 by ออย (61.7.165.28) At 2007-09-10 21:38,
#10 by (125.24.149.161) At 2007-09-09 20:31,
ชอบหนังสือเล่มนี้มาก ตั้งแต่ได้อ่านมาก็ได้ใช้หลักธรรมในกล่องบุญ ช่วยเหลือชีวิตผู้คนไปมากมายให้พ้นจากทุกข์ ทุกคนที่ได้อ่านต่างก้พูดเป็นเสียงเดีวกันว่า เป็นหนังสือธรรมมะที่น่ารักมากๆ ขอบคุณคุณแป้งจริงๆค่ะ ที่ได้สรรค์สร้างหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา
#9 by สิริมา (203.146.79.130) At 2007-03-28 15:49,
คุณแม่หายไปไหนแย้ว
กลับมาป่วนเวบกันต่อเร้วว
#8 by พิม (58.8.135.27) At 2007-02-11 08:15,
ผมจะหาอ่านครับ
วัฒน์ กลุ่มกวีนิพนธ์
#7 by วัฒน์ (125.24.173.227 /192.168.0.58) At 2007-01-28 22:41,
ขอบคุณน้องพิมสำหรับกำลังใจน่ารัก ๆ ที่มองว่าบทความนี้มีคุณค่า

พี่กำลังเขียนเรื่องสั้นเกี่ยวกับน้องพิม ส่งให้ทางอมรินทร์น่ะ พี่เขียนเสร็จแล้วก็เกรงเหมือนกันนะว่าน้องพิมอ่านแล้วจะโกรธพี่มากๆ เพราะมันมีหลายๆ เรื่องเลยล่ะ

แต่ถ้าได้ตีพิมพ์จริงๆ และน้องมีโอกาสได้อ่านจน...ให้จบเรื่องนะ จะเข้าใจว่าเรื่องมันพลิกไปหน้าตีนเป็นหลังมือและอาจจะอยากมากอดพี่คนนี้ก็ได้ (หรืออาจอยากกระทืบก็ไม่รู้นะ พี่เดาไม่ถูกเหมือนกัน แต่ไม่ขอใช้ชื่อนางเองว่าพิม แต่ใช้ชื่อเมเปิ้ลแทนละกันนะ

รักน้องพิมด้วยใจจริงเสมอแท้และแน่นอน
พี่ฝน
#6 by พี่ฝน (58.9.65.254) At 2007-01-04 13:59,
ให้แม่ก็ยังดี พี่ซื้ออ่านเองและปีใหม่ซื้อให้คนอื่นอีก ๔ คน ก็ดีจริงๆ น่ะ จะไม่ซื้อได้ไง
#5 by พี่ฝน (58.9.65.254) At 2007-01-04 13:56,
อยากเอาบทความนี้ไปแปะร้านหนังสือจัง
วันก่อนเอาโน้ทบุคไปนั่งทำงานที่ร้านหนังสือ
มีคนเดินมาซื้อกล่องบุญไปจับฉลากเยอะมาก
แต่ไม่รู้ว่าได้อ่านเองบ้างหรือเปล่า
เพราะแพคเกจมันดูเป็นของขวัญ
เลยมัวแต่ซื้อให้คนอื่น
ถ้าอ่านบทความนี้
อาจจะอยากซื้อให้เป็นของขวัญตัวเอง
ว่าแล้วก็สอยไปกล่องหนึ่ง
(ไม่ได้อ่านเอง เอาไปให้แม่ 555)
#4 by พิม (125.25.137.65) At 2006-12-29 18:50,
ขอบคุณหลายเด้อ อ่านคำวิจารณ์แล้วประทับใจมากๆ

แฮปปี้ปีใหม่ มีงานคิดงานเขียนสู่สายตาประชาชนนะคะ พี่จะรออ่านเหมือนกัน

ขอบใจมากๆ ด้วยที่ส่งการ์ดมาให้ น่ารักสุดๆ น้องภุมิเป็นคนเอาใจเขามาใส่ใจเรามากรู้ไหม รักษาคุณสมบัตินี้ไว้ให้สม่ำเสมอนะ แล้วเราจะเจริญก้าวหน้าตลอดไป
#3 by ฝน (58.9.66.157) At 2006-12-29 16:30,
ครูเรดาร์?!?
นามปากกาน่ารักดีอะพี่ฝน ทำให้ผมนึกถึงหน้าปกวรรณกรรมเยาวชนเรื่อง "เด็กชายลิ้นชัก" ของคุณวันทนีย์ วิบูลกีรติ เลย

ถ้าการใช้ภาษาสามารถบ่งบอกถึงบุคลิกลักษณะของผู้เขียนได้ ผมว่าบทความนี้ก็เช่นกัน ผมอ่านแล้วรับรู้ได้เลยว่าพี่มีประสบการณ์ในการเป็นครูมาก่อน ไม่ใช่แค่การเขียนถึงเด็กๆ นักเรียนเท่านั้น แต่เป็นความอบอุ่นที่แฝงไปด้วยการอบรมสั่งสอนที่สามารถสัมผัสได้ ผมรู้สึกอย่างนี้จริงๆ นะ

ชอบชื่อบทความ (จริงๆ แล้วชอบเพลงนี้ด้วย ) ชอบการกล่าวอ้างถึงใบไม้ที่พระพุทธเจ้าใช้สอนเรื่อง อจินไตย (ถูกรึเปล่าครับ) และชอบการสรุป แต่โดยรวมอ่านแล้วเพลินดี เหมือนได้นั่งฟังพี่ฝนเล่าเรื่องให้ฟังเลย ลูกชายพี่คงได้ฟังนิทานดีๆ ก่อนนอนบ่อยๆ (หรือเปล่าเอ่ย)

พูดถึงหนังสือฮาวทู ผมเองก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่ามันมีเกลื่อนตลาด และชอบเขียนถึงอะไรซ้ำๆ กัน เช่น ทำอย่างไรให้เป็นผู้นำ ทำอย่างไรให้คนอื่นรัก ฯลฯ แถมบางเล่มให้ความรู้มั่วๆ ซั่วๆ (ขออนุญาตใช้คำนี้) ไม่ช่วยให้เปลี่ยน "ความคิด" และ "การกระทำ" ได้จริง อย่างที่พี่ขึ้นต้นบทความเอาไว้

อย่างไรเสีย "กล่องบุญ" ก็เป็นหนังสือฮาวทูที่ดีเล่มหนึ่ง ผมไม่เคยอ่าน แต่คุณพ่อซื้อมาและเก็บเอาไว้อยู่ ท่าทางต้องไปขอมายืมอ่านบ้างแล้ว จะได้ได้รับส่วนบุญไว้เก็บสะสมมากขึ้น หึๆๆ

ขอบคุณน้องเบญจกัลยาณีมากๆ ค่ะ

ซึ้งซานสุดๆ หาภาพประกอบให้อีก...นั่น
#1 by สายฝน (58.9.64.6) At 2006-12-22 09:35,

โครงการเขียนเป็นเล่ม นายอินทร์อะวอร์ดสู่นักเขียนมืออาชีพ
View full profile