ทั้งนี้เริ่มเดินทางกันตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันที่ 8 ธ.ค. 49 จากบมจ.อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง โดยมีเป้าหมายแรก คือ การเข้าเยี่ยมคารวะ ลาว คำหอม หรือลุงคำสิงห์ ศรีนอก ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2535 สาขาวรรณศิลป์ ณ ไร่ธารเกษม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

คำสิงห์ ศรีนอก เป็นนักเขียนเชิงวิจารณ์ทางสังคมที่มีผลงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลงานรวมเรื่องสั้น เรื่อง ฟ้าบ่กั้น ที่แสดงชั้นเชิงและความสามารถทางวรรณศิลป์ ในการถ่ายทอดสำนึกและความรับผิดชอบที่เขามีต่อสังคม ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ และประกาศให้เป็นหนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน รวมไปถึงเรื่องสั้นสะท้อนภาพสังคมอีกหลายๆเรื่อง
ลุงคำสิงห์ ศรีนอก กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่ทุกคนได้มาเยี่ยมเยียนถึงที่บ้าน มีระยะหนึ่งที่ลุงถูกเชิญให้เป็นวิทยากรตามค่ายต่างๆ ที่เป็นการสร้างนักเขียนหน้าใหม่ ลุงมักมีคำถามว่าวิธีการเข้าค่ายนักเขียนนั้น จะได้ผลแค่ไหน และจะเป็นนักเขียนได้ต้องไปฝึกที่ไหน พบว่าการเป็นนักเขียนน่าจะตั้งต้นมาจากการอ่าน และเมื่อลุงถูกชักชวนให้ไปพูดอีก ลุงก็มักจะเล่าประสบการณ์จากการอ่าน

งานเขียนปัจจุบันเป็นไปในระดับเรียบๆ วรรณกรรมของเราอยู่ในแนวราบเรียบมาอย่างยาวนาน อ่านแล้วไม่มีอะไรน่าสังเกต งานเขียนที่แสดงออกทางความคิดและปัญญาน่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะทำให้วรรณกรรมไทยกระเตื้องขึ้น จากนั้นลุงคำสิงห์ได้ยกตัวอย่างหนังสือ 3 เล่มที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน ได้แก่เรื่อง กระดาษชำระ หรือ Toilet Paper เรื่องสั้นน่าอ่านจากประเทศลาว เรื่องสั้นๆเพียง 4 หน้าที่ทำให้ลุงมองเห็นว่าของอะไรก็ตามต้องอยู่ในที่ๆ ควรจะอยู่ และงานวรรณกรรมต้องเขียนขึ้นจากพื้นภูมิของวรรณกรรม งานวรรณกรรมต้องบอกอะไรที่อยากบอกแต่ต้องบอกอย่างมีศิลปะ และการจะเป็นนักเขียนที่ดีต้องไม่โลภ ต้องใช้ศิลปะในการอธิบายเพื่อประโยชน์ในการเขียน
หนังสือเล่มที่สอง คือ ประกอบส่วน หมายถึง ขอมีส่วนร่วม การสมทบ ร่วมทำบุญ เป็นงานเขียนของนักเขียนลาว ชื่ออุทิน บุญญาวงศ์ ผู้เขียนเรื่องนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมไปถึงภาพของการต่อต้านสงครามที่บอกว่าเป็นเรื่องเหลวไหล และเล่มสุดท้าย คือ เรื่องสั้นของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ชื่อเรื่องว่าวันสุดท้ายของสงคราม อ่านเรื่องนี้แล้วพบว่า คนทำสงครามจนลืมเรื่องของมนุษยชน

ลุงคำสิงห์ยังแนะนำเพิ่มเติมว่าการอ่านที่จะช่วยให้สมองเราพัฒนานั้นจะต้องอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ อ่านแล้วต้องจับประเด็น อ่านหนังสือต้องอ่านให้แตก เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานของผู้ที่จะเป็นนักเขียนในอนาคต พร้อมทิ้งท้ายไว้ว่าเป็นนักเขียนที่ดีต้องฝากผลงานไว้กับแผ่นดิน วรรณกรรมที่ดี คือ วรรณกรรมที่มีชีวิต อ่านแล้วต้องรู้สึกประทับใจ

