หลังจากอิ่มใจกับปาฐกถาสดจากลุงคำสิงห์ ก็มุ่งหน้าสู่บ้านสวนสาริกา จังหวัดนครนายก

ก่อนที่จะเริ่มเปิดแคมป์อย่างเป็นทางการ ผู้ร่วมค่ายทุกคนได้มีโอกาสเคารพรูปปั้นคุณชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ ผู้ก่อตั้งบมจ.อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง ยังความปลาบปลื้มกันทั่วหน้า


จากนั้นคุณองอาจ จิระอร บรรณาธิการอำนวยการ เป็นผู้กล่าวเปิดค่ายนักเขียน โครงการเขียนเป็นเล่มฯ 2 อย่างเป็นทางการ โดยกล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของโครงการ บมจ.อมรินทร์ฯ เป็นธุรกิจที่เติบโตมาจากการจำหน่ายหนังสือ คุณชูเกียรติ ผู้ก่อตั้งบริษัทฯ เป็นผู้สร้างมิติใหม่ๆให้กับวงการหนังสือ หลายครั้งที่ได้มีโอกาสนั่งฟังคุณชูเกียรติพูด ยุคที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ 20 กว่าปีก่อน ท่านบอกว่าคนที่จะรวยในบ้านเรา มีอยู่ 3 อาชีพเท่านั้น คือ 1.อสังหาริมทรัพย์ 2.น้ำมัน 3. สิ่งพิมพ์ แล้วผลก็เป็นความจริงที่ปรากฏขึ้นมาว่า ธุรกิจสิ่งพิมพ์เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างที่ไม่จำเป็นต้องไปค้าสิ่งของที่มันผิดกฏหมาย และความฝันอีกสิ่งหนึ่งของท่านที่จำได้มาทุกวันนี้ คือ ท่านฝันว่าอยากให้นิตยสารในเครือของท่านมีสี่สีทุกหน้า ซึ่งตอนนี้ก็เป็นอย่างนั้นแล้ว แต่มันเป็นความฝันของคนอยากจะทำหนังสือ

คนที่ทำงานอมรินทร์ฯมาตั้งแต่ในยุคแรกๆ จะได้วิธีคิด วิธีทำงาน และแนวคิดมาจากท่านค่อนข้างมาก ถึงแม้ท่านไม่ได้พูดแต่ท่านก็จะปฏิบัติให้เห็น การที่ทุกคนได้มีโอกาสมาที่นี่ อยากให้ทุกคนระลึกไว้อย่างว่า ระยะเวลา 3 วันคงไม่ได้ทำให้ทุกคนเป็นนักเขียนขึ้นมาได้ แต่งานเขียนเป็นงานที่ตอบโจทย์ความสุขของเราเพราะเราสามารถจะสื่อความคิดของเราให้กับผู้อื่นได้ ปัญหาอยู่ที่ว่าจะทำอย่างไรคนจะฟังและอ่านความคิดของเรา
งานเขียนหนังสือเป็นงานที่ให้โอกาส ไม่จำเป็นต้องเรียนสูงเรียนต่ำ แต่ถ้าคุณเดินมาถนนสายนี้ แล้วรู้จักที่จะคิด รู้จักที่จะสังเกต หาประเด็น เราจะให้โอกาสแก่คุณเสมอ การเข้าค่ายนักเขียน ในวันนี้อาจจะไม่ทำให้คุณเป็นนักเขียนมืออาชีพ ที่จบผลงานรวมเป็นเล่ม แต่ทำให้คุณได้เพื่อน ได้วิธีคิดที่เป็นระบบ และที่สำคัญคือ ได้วิธีการสื่อสาร นอกเหนือจากนั้นคือ ได้รับรู้ หรือวิธีการสังเกต สิ่งเหล่านี้อยากให้ทุกคนกอบโกยให้ได้มากที่สุด อยากให้เวลานับจากนี้ ได้ก่อให้เกิดพลังแก่คุณมากที่สุด

